พระพิราพ
 
พระวิราธ
 
ลักษณะหัวโขน ทำเป็นหน้ายักษ์ซึ่งมีลักษณะหน้าแปลกจากยักษ์อื่น คือ หน้ากางคางออก เรียกว่าหน้าจาวตาล สีม่วงแก่หรือสีน้ำรัก หรือสีทอง ปากแสยะตาจระเข้ หัวโล้น สวมกะบังหน้าตอนทรงเครื่องสวมมงกุฏยอดเดินหน นอกจากนี้ยังมีหัวโขนพระพิราพที่ประดิษฐ์ด้วยโลหะ เป็นเทพอสุรผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ซึ่งศิลปินโขนละคร และดนตรีไทยให้ความเคารพสักการะ ในฐานะเป็นบรมครูในวิชาดุริยางคศาสตร์ และนาฏศิลป์ อินเดียเรียกว่าพระไภระวะ ส่วนทางประเทศเนปาลเรียกว่า พระไภราพ ซึ่งเป็นปางที่ดุร้ายของพระอิศวรปางหนึ่ง ทั้งยังเป็นเทพเจ้าแห่งนาฏศิลป์และความตายอีกด้วย

ประวัติ กายสีม่วง มี ๑ พักตร์ ๒ กร มีกายเป็นวงทักขิณาวัฏอาศัยอยู่เชิงเขาอัศกรรณ พระอิศวรกำหนดเขตป่าให้อยู่ และพะวาทอง อันมีรสโอชามาปลูกไว้ในสวน กำชับพลยักษ์ให้ดูแลทุกเจ็ดวันจะมาดู เมื่อพระรามเดินดงได้ผ่านเข้าไปในสวน เก็บผลไม้กิน พลยักษ์มาพบรุมกันจับ ถูกพระลักษมณ์ฆ่าตาย เมื่อพิราพมาสวนจึงสอบถามเรื่องราว จึงตามไปและลักนางสีดา สู้รบกับพระราม พระลักษมณ์ ตายด้วยศรพระราม

ความเชื่อ เป็นเทพเจ้าอสูรผู้ทรงฤทธิ์ คือบรมครูในการดุริยางคศาสตร์ และนาฏศิลป์ ศิลปินในทางโขน ละคร ดนตรีไทย ให้ความเคารพสักการะอย่างสูง

ขนาด ความสูง(รวมฐาน) ๔๐ เซนติเมตร ความกว้าง ๑๕ เซนติเมตร

อ้างอิงจาก หนังสือหัวโขนสมบัติศิลป์แผ่นดินไทย